When STRANGERS Marry : Ep.20
posted on 02 Aug 2009 20:37 by kangsisterทุกคนบอกว่าในบอร์ดเข้ายากมากๆ ก็เลยแอบแก้ปัญหาโดยการอัพในนี้เพื่อที่ว่าสำหรับใคร
ที่กลับไปหน้าเดิมไม่ได้ก็เข้ามาอ่านตรงนี้ก็ได้นะจ้ะ เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยอัพตอนที่ 1-19 ตอนนี้
ก็อ่านแก้ขัดไปก่อนน้า
20
เช้านี้ก็เหมือนเช้าอื่นๆที่ฉันพยายามจะถอยตัวออกห่างจากจียงแต่อ้อมกอดของเขาก็ทำให้ฉันทำใจออกห่างไม่ได้
เขามักจะนอนกอดฉันไว้ทั้งคืน เรานอนอิงแอบกันจนกระทั่งนาฬิกาปลุกดังขึ้นเราถึงลุกจากที่นอน
ฉันเลื่อนตัวไปอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ฉันไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากผ้าปูที่นอนที่เย็นเฉียบเพราะที่นี่และตอนนี้
ไม่มีจียง อีกแล้ว...
ดวงตาของฉันเปิดขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยก็ปรากฎตรงหน้าฉัน
ฉันอยู่ในห้องเดิม ห้องที่ฉันเคยอยู่ตั้งแต่จำความได้
เรื่องเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ความฝัน มันเป็นเรื่องจริง ฉันมองไปที่แหวนแต่งงาน มันเตือนให้ฉันนึกถึงการแต่งงานจอมปลอมของเรา
แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่โยนแหวนทิ้งไป อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นนั้น ฉันเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้แต่ตอนนี้ฉันรู้เพียง
แค่ว่า ฉันต้องจ่ายมันด้วยราคาที่สูงเหลือเกิน จียงประสบความสำเร็จในการทำร้ายจิตใจฉัน
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกายของฉัน และอีกไม่นานมันก็คงจะด้านชาไปเอง
ฉัน ลุกขึ้นนั่งบนเตียง และฉันก็รู้สึกคลื่นไส้มาก
ฉันคงจะไม่สบายแน่ๆ อาจจะเป็นเพราะอาหารเมื่อคืน สีหน้าของฉันเผือดลง จียงและฉันมีความสุข
เขาแกล้งเล่นละครทำเป็นเหมือนห่วงฉันงั้นหรอ? แต่ยังไงก็ตามฉันรู้สึกว่าเขาแคร์ฉันจริงๆ
หรือฉันอาจจะกำลังหลอกตัวเองว่าเขาเป็นห่วงตัวเองก็เป็นได้ อาการคลื่นไส้โจมตีฉันอีกแล้ว
ฉันรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ มันเลวร้ายมากเลย หลังจากที่ฉันแปรงฟันเสร็จแล้ว อาการคลื่นไส้ก็บรรเทาลงแต่ก็ทำให้ฉันหมดแรงไปมาก
ฉันเงยหน้าขึ้นจากอ่างล้างหน้ามองเข้าไปในกระจกก็พบว่าแม่ของฉันยืนอยู่ข้าง หลัง
“แม่?”
“ลูกเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เฮจิน? ลูกรู้สึกแบบนี้ทุกเช้าเลยรึเปล่า?” เสียงของท่านเต็มไปด้วยความกังวล
ฉันพยายามที่จะนึก อาทิตย์ที่แล้วฉันก็รู้สึกไม่ค่อยดีตอนที่กำลังทำหอยกาบ(/กร๊ากกกก!!
หอยกาบบ!!)และคืนนั้นฉันก็คิดว่าอาจเป็นเพราะอาหารของเมื่อคืน แต่วันนี้มันเลวร้ายกว่าเยอะ
“หนูว่าหนูเป็นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ว่าวันนี้แย่ที่สุดเลย”
แม่แค่พยักหน้ารับรู้ “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่ หนูว่าหนูคงกินอาหารมากเกินไปน่ะค่ะเลยเป็นแบบนี้”
ฉันเสริมอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แม่กังวลไปมากกว่านี้
แม่มองมาที่ฉัน อย่างคิดหนักและก็เดินตามฉันเข้าไปในห้องนอนอย่างเงียบๆ
ท่านนั่งข้างๆฉันบนเตียง ทาบมือลงบนหน้าผากฉัน “ตัวลูกอุ่นๆนะแต่แม่ไม่คิดว่าลูกกำลังจะมีไข้หรอก
ลูกน่าจะไปหาหมอตรวจร่างกายบ้างนะ เฮจิน” แม่บอกฉันเหมือนฉันเป็นเด็กๆ
“หนูสบายดีค่ะแม่” ฉันจับมือแม่
เรามองกันและกันสักครู่หนึ่ง ฉันฝืนยิ้มให้แต่แม่รู้ใจฉัน
“เฮจิน แม่ขอโทษ” ปากของท่านสั่นเทา
ท่านทั้งสองต้องลำบากใจก็เพราะฉัน
“แม่ คะ...ได้โปรด อย่าพูดถึงมันอีกเลย” ฉันอยากที่จะร้องไห้บนไหล่ของท่านจริงๆ แต่ฉันไม่สามารถทำได้และฉันก็จะไม่ทำ
มันทำให้ฉันรู้สึกอ่อนแอและไร้ประโยชน์ มันไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหา ปัญหาที่ฉันต้องรับผิดชอบเอง
มีคนบอกว่าความรักคือตัวเลือก มันเป็นตัวเลือกว่าคุณจะยอมมอบหัวใจให้กับใคร
ฉันเลือกที่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้จียง โดยไม่มีเหตุผล โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทนมากมาย
แต่ดูผลที่ฉันได้รับ...ความเจ็บปวด และบาดแผลลึกภายในใจ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันได้
เรานั่งอยู่บนเตียงต่างรอ ให้อีกฝ่ายพูดอะไรขึ้นมา
จนกระทั่งแม่บีบมือฉัน ฉันจึงเงยหน้ามองไปที่ท่าน “พ่อและแม่จะอยู่ที่นี่เสมอ
ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากสำหรับพวกเราทั้งหมด ลูกก็รู้ว่าจียงก็เหมือนเป็นลูกชายคนหนึ่งของเรา
แม่ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำแบบนี้กับลูก…เฮจิน หรือกับเรา”
น้ำใสๆเอ่อดวงตาของผู้เป็นแม่ “แม่มักจะคิดเสมอว่าลูกสองคนนั้นไม่มีทางที่จะแยกกันได้
แม่เห็นความรักในดวงตาของเขา เขารัก...”
“เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมค่ะ แม่” ฉันตัดบทในสิ่งที่แม่ต้องการจะพูด
ฉันไม่อยากได้ยินว่าจียงรักฉันหรือท่านกำลังคิดว่าเรามีความรักให้แก่กัน ฉันไม่อยากจะจำความเจ็บช้ำและความหวังที่ว่าสักวันหนึ่งเขาจะรักฉัน
ฉันไม่เคยเป็นคุณนายควอน ฉันกลับมาเป็นคิมเฮจินเพราะทั้งหมดที่ฉันเป็นต่อจียงก็คือผู้หญิงหน้าโง่ที่เขาใช้แล้ว...และในที่สุดเขาก็เหยียบย่ำหัวใจของเธอจนละเอียดไม่ชิ้นดี
….
[RING…RING..]
เสียง จากมือถือทำให้ฉันตื่น ฉันมองไปที่นาฬิกาข้างหัวเตียง
ตอนนี้สิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว ฉันรู้สึกง่วงอีกครั้งหลังจากที่แม่ออกจากห้องไป ร่างกายฉันรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงเลย
“ฮัลโหล?” ฉันพึมพำรับสาย
“เฮจินหรอ? นี่ยุนอานะ” ชื่อนี้ทำให้ฉันตกใจ อะไรในโลกนี้ดลใจให้เธอโทรมาหาฉัน
“อืม หวัดดี...” ฉันพูดอึกอัก
“ฉัน ขอโทษที่รบกวนเธอนะ เฮจิน
แต่เธอจะออกมาทานข้าวกลางวันกับฉันหน่อยได้มั้ย? ฉันมีเรื่องบางอย่างจะคุยกับเธอจริงๆ”
หน้าเธอเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่ฉันอยากจะเห็น แต่มันมีบางอย่างในเสียงของเธอที่ทำให้ฉันอยากไปพบ
“ได้ ขอเวลาฉันแป๊ปนึงและเดี๋ยวฉันไป” เธอบอกสถานที่และวางสายไป ฉันรีบอาบน้ำและไม่ได้บอกใครว่าฉันจะไปพบเธอแม้กระทั่งแชยัง
ฉันอยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยฉันเอง
รถแท็กซี่ใช้เวลานานมากกว่าจะถึงที่หมาย
คนขับรถทำให้ฉันรู้สึกเวียนหัว เมื่อฉันมาถึงร้านอาหารฉันก็รู้สึกมึนหัวมากดังนั้นฉันจึงเข้าไปในห้องน้ำ
หญิงและล้างหน้าก่อนที่จะไปพบเธอ ฉันมองตัวเองในกระจก ฉันดูซีดเซียวมากแต่ไม่มีอะไรเทียบกับความรู้สึกตอนนี้ของฉันได้หรอก
เธออยากจะบอกอะไรฉันนะ? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉัน เธอรู้เรื่องระหว่างฉันกับจียงหรอ?
ฉันสั่นหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไป สูดหายใจลึกและเดินออกจากห้องน้ำ
“ฉันนัดไว้กับคุณลียุนอาค่ะ” พนักงานต้อนรับเช็ครายชื่อและนำทางฉันไปที่โต๊ะที่ยุนอานั่งคอยอยู่
“ฉันดีใจที่เธอมานะเฮจิน” ยุนอายิ้มให้อย่างสุภาพ
ฉันนั่งลงตรงข้ามกับเธอและตอบคำถามเธอ
“ฉันอยากรู้ว่าเธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน” บริกรเทน้ำลงในแก้วน้ำของเรา “ฉันไม่อยากอยู่นาน บอกมาว่าเธออยากจะพูดอะไร” ยุนอากัดริมฝีปาก
ก่อนที่จะโน้มตัวมาข้างหน้ามือเธอวางอยู่บนโต๊ะ “จียงบอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉันเสียใจที่เธอต้องรู้แบบนั้น”
“ขอโทษนะ? เมื่อกี๊เธอว่าอะไรนะ?”
ฉันจ้องเธอราวกับอยากได้ยินในสิ่งที่เธอบอกอีกครั้ง “จียงบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องของเราหรอ?”
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ตามเดิม ดูขบขันกับคำถามของฉัน
รอยยิ้มของเธอทำให้เลือดภายในร่างกายของฉันเดือดพล่านแต่ฉันต้องควบคุมตัวเองไว้
“ใช่ ฉันรู้เกี่ยวกับการแต่งงานจอมปลอมของเธอแล้ว เขาบอกฉันทั้งหมดเลยตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกัน และเขาก็กำลังจะแก้ไขทุกๆอย่าง...” เสียงหัวเราะน้อยๆของเธอเหมือนกับปิศาจร้ายที่กำลังจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้ง ตัว
“มันแย่มากที่พ่อของเธอรู้ก่อนที่จียงจะบอกเลิกกับเธอ”
“เธอโกหก ยุนอา” ฉันตอบอย่างเกรี้ยวกราดแต่เธอแค่เลิกคิ้วใส่ฉัน
“โกหก? จียงได้โทรหาเธอรึเปล่า เฮจิน?
หึ คงไม่สินะ…” จียงไม่เคยโทรหาฉันหรือว่ามาหาฉันที่บ้านเพื่อที่จะอธิบายอะไรเลย
ยุนอากำลังรอคำตอบจากฉันแต่ฉันไม่มีให้เธอ “ฉันขอทายว่าไม่สินะ
สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอก็คือ..” เสียงของเธอพูดเป็นนัยๆ
“แม้ว่าเขาจะใช้เวลา อยู่กับเธอ เขาก็ยังคงคิดถึงฉัน
และทุกๆครั้งที่เขาจูบเธอเขาก็คิดถึงฉัน จียงที่น่าสงสารของฉันจำเป็นต้องทำแบบนั้น
เขา...”
“เธอมันร้ายกาจ!” ฉันหยิบแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำสาดเข้าใส่หน้าเธอ
“น่ารังเกียจที่สุด! จียงเหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอแล้วหล่ะ”
ขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกไปจากโต๊ะ ยุนอาก็เดินมาคว้าแขนฉันไว้
“เธอก็เหมือนฉันนั่นแหละ เฮจิน เธอแต่งงานกับเขาทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ต้องการ” คำพูดของเธอบาดลึกลงไปในหัวใจฉัน ฉันรู้สึกว่าโลกหมุน “เธอไม่สามารถบังคับผู้ชายคนหนึ่งให้มารักเธอได้หรอกนะ เขาไม่ได้เห็นว่าเธอมีค่ามากพอที่เขาจะอธิบายอะไรให้เธอฟัง ดูซิว่าตอนนี้ใครมันน่าสมเพชมากกว่ากัน?”
ยุนอาปล่อยแขนฉันแล้วเดินจากไป หัวเข่าของฉันรู้สึกล้า
ฉันทรุดลงกองกับพื้น บริกรที่ใจดีเดินเข้ามาช่วยพยุงฉันไว้แต่ฉันไม่มีแรงพอที่จะทรงตัวอยู่ได้
แล้ว หัวใจของฉันกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆเพราะมันคงทนกับความเจ็บปวดเหล่านี้ไม่ไหว
น้ำใสๆไหลรินออกจากดวงตาของฉัน ฉันไม่ใส่ใจที่จะเช็ดมัน ฉันเดินออกมาและไม่หันหลังกลับไปมองว่ามีคนกี่คนในร้านมองมาที่ฉันอย่างสงสาร
แต่ก่อนที่ฉันจะเดินไปถึงที่ประตู ฉันก็รู้สึกว่าสิ่งของรอบๆตัวหมุนไป ฉันยืนโงนเงนและรู้สึกเหมือนมีคนมาจับแขนฉันไว้
ฉันหันหลังกลับไปมองพบกับดวงตาของแทบิน นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำสนิท
……………………………
“รู้สึกเป็นไงบ้าง เฮจิน?” เสียงทุ้มๆถามฉัน
ฉันเปิดเปลือกตาและพบกับแทบินกับผู้ชายที่ใส่ชุดกาวน์สีขาวกำลังมองมาที่ฉัน
“ผมคือ คุณหมอยู คุณหมดสติไปที่ร้านอาหาร
คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ?”
“ยังมึนๆอยู่นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบไป “แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว”
“คุณ ทำให้สามีของคุณเป็นห่วงมากเลยนะครับ” ฉันและแทบินหันขวับไปมองหมออย่างรวดเร็ว เราทำท่าจะอธิบาย แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่สังเกตุเห็นท่าทีเหล่านั้น
“แต่มีบางอย่างที่น่ายินดีครับ” ดร.ยู
ยิ้มให้ฉัน
“อะไรหรือคะ?” ฉันถามอย่างสนใจ
“ยินดี ด้วยนะ เฮจิน คุณท้องได้ 2 เดือน
แล้ว” ฉันเอื้อมมือไปจับที่ท้องโดยอัตโนมัติ ไม่น่าเชื่อ ภายในวันเดียวมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น
ฉันกำลังจะเป็นแม่คน ฉันมีความสุขมาก แต่ก็เหมือนมีหมอกควันมากปกคลุมหัวของฉันเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับ
จียง ฉันคิดว่าฉันคงไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับเขาได้ เขาอาจจะคิดว่านี่มันเป็นแผนของฉันที่จะทำให้เขากลับมาหาฉัน
คุณหมอยู ปล่อยให้ฉันกับแทบินอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ฉันจ้องไปที่ความว่างเปล่าสักพัก แทบินหยิบเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“เฮ้ เธอโอเคมั้ย?” เขาถาม “ฉันขอโทษที่ทำให้หมอเข้าใจผิดว่าฉันเป็นสามีเธอ”
“ไม่เป็นไร”
“เธอดูเหมือนไม่ดีใจเลยที่ตั้งท้อง” แทบินจี้ถูกจุด
ฉันยิ้มละห้อย
“ฉันมีความสุขนะ แต่แค่ยังงงๆอยู่”
“งั้นก็ ยินดีด้วยนะ!” แทบินยิ้มกว้างและเชคแฮนด์กับฉัน
“ฉันมั่นใจว่าจียงคงจะดีใจกับเรื่องนี้แน่ๆ”
“ได้โปรด อย่าบอกจียงนะ” ฉันรีบพูด
คว้าแขนเสื้อและมองตาเขาอย่างอ้อนวอน“ได้โปรด
ได้โปรดอย่าบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“แต่...เขาเป็นพ่อเด็กใช่มั้ย? ฉันหมายถึงเขาเป็นแน่ๆ
เฮจิน จียงมีสิทธิ์ที่จะรู้” เขาดูกังวลและงงในเวลาเดียวกัน
“เราไม่ได้แต่งงานกัน” ฉันกัดริมฝีปากเพื่อห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้
“เรื่องมันยาว แทบิน และฉันก็ไม่อยากพูดถึงมัน” เหมือนสวรรค์ส่งแทบินมาให้ฉันในช่วงเวลาแบบนี้ เขาไม่ถามอะไร แค่พยักหน้าเข้าใจกับสิ่งที่ฉันพูด
“ฉันจะบอกเขาเมื่อถึงเวลา แต่ตอนนี้...” เสียงของฉันขาดหายไปและพูดต่อ “มีหลายอย่างเกิดขึ้น
ฉันอยากทบทวนเรื่องราวทั้งหมด”
“ทำอย่างที่เธอต้องการเถอะ” เสียงของเขาฟังดูนุ่มนวลและมั่นคง
มันทำให้ฉันมั่นใจในตัวเขา เขากุมมือฉันสิ่งที่สำคัญตอนนี้คือให้เธอและเด็กปลอดภัย”
ฉันพยักหน้าเห็นด้วย
“
“ตอน นี้...” เขาเชยคางฉันให้มองเขา
แทบินยิ้มอย่างร่าเริง “ให้อาหารคุณแม่กับเด็กน้อยก่อนดีกว่า
ฉันรู้ว่าทั้งคู่คงหิวมากแล้วล่ะ” ท้องฉันร้องตอบกลับมา
ทำให้แทบินหัวเราะ
แทบินมาส่งฉันที่บ้านพ่อกับแม่เพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่ไปเป็นลมที่ไหนอีก
ฉันบอกเขาว่าฉันรู้สึกสบายดีมาก เขาให้เบอร์ฉันเผื่อมีเรื่องอยากให้ช่วย ฉันสนุกทุกครั้งเวลาที่พบแทบิน
เวลาที่ฉันมีปัญหากับจียงก็จะมีเขาที่คอยมานั่งฟังฉันเสมอ
ฉันเดินก้าวเข้าไปในบ้านสายตาก็จับจ้องแต่ที่พื้นเวลาเดิน
ทำให้ฉันไม่ได้สังเกตุว่ามีรถที่ดูคุ้นตาจอดอยู่หน้าบ้าน ฉันเห็นแม่อยู่ในห้องนั่งเล่นและหลังจากนั้นฉันก็เห็นพ่อเดินออกมาจากห้องทำงาน
“เฮจิน” ท่านทั้งสองเรียกฉันพร้อมกัน
ฉันมองทั้งสองคนสลับกันไปมา หน้าของแม่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นในขณะที่สีหน้าของพ่อนั้นแข็งกระด้าง
ฉันรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ทันที ฉันเลื่อนสายตาไปมองที่ประตูที่พ่อของฉันเพิ่งเดินออกมา
และกำลังจะเดินไปที่นั่นแต่พ่อคว้าแขนฉันไว้ก่อนที่จะไปถึงประตู
“ถ้าลูกเชื่อในสิ่งที่เขาพูด นั่นก็เป็นสิทธิ์ของลูก
แต่ถึงมันจะเป็นแบบนั้น พ่อก็ยังให้อภัยเขาไม่ได้อยู่ดี”
ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของพ่อและเจอกับจียงที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างมองดูสวนข้างล่าง
เขาหันหลังให้ฉันหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่ามีใครอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
ฉันยืนมองเขา มองผู้ชายที่ทำให้ฉันมีความสุขและก็ทำให้ฉันเจ็บปวดไปในเวลาเดียวกันครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาดูอ่อนเพลียเหมือนกับที่ฉันเป็น ผมเผ้าเขาดูไม่เรียบร้อย
และยิ่งไปกว่านั้นรอบดวงตาเขาก็คล้ำมากด้วย ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังต่อสู้กันภายในจิตใจฉัน
แต่ฉันต้องเข้มแข็ง มือฉันเอื้อมไปสัมผัสที่ท้อง...ลูกของเรา เขาจะเป็นพ่อที่ดีได้มั้ยนะ? คำถามนี้ยังคงไม่มีคำตอบ
ทุกคนใช้ชีวิตอยู่กับบาดแผลในใจของตัวเองและเมื่อบาดแผลใหม่เปิดออก
พวกเขาก็มักจะคิดถึงบาดแผลเก่าๆว่ามันเจ็บแค่ไหน เพื่อปลอบประโลมตัวเองว่าบาดแผลครั้งนี้ยังเทียบไม่ได้กับบาดแผลครั้งที่แล้ว
แต่ฉันจะปลอบตัวเองยังไงในเมื่อบาดแผลในอดีตและในปัจจุบันมันเกิดมาจาก ผู้ชายคนเดียวกัน
วันนี้เขามอบความเจ็บปวดให้ฉันมากขึ้นยิ่งกว่าในอดีต
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ดวงตาของฉันก็คลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
“จียง” ฉันเรียกออกมาเบาๆ
เขาหันหลังกลับมาและมองมาที่ฉัน เราทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ
“ฉัน กำลังเตรียมคำพูดที่จะพูดกับเธอแต่ตอนนี้ฉันลืมไปหมดแล้ว
ได้โปรด ให้โอกาสฉันอธิบาย” ฉันไม่พูดอะไร เขาจึงพูดต่อ
“มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าทะเบียนสมรสนั่นเป็นของปลอม แต่เฮจิน หลังจากที่เราไปเจจู
ฉันโทรบอกให้ทนายของฉันพยายามแก้ไขทุกอย่าง ฉันอยากแต่งงานกับเธอจริงๆ
ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม...”
“ตอนนี้มันไม่ สำคัญแล้วล่ะ” คำพูดออกมาจากปากฉันคล้ายกระซิบ
“ยุนอาพูดถูก มันเป็นความผิดของฉันเองที่บังคับนาย
การแต่งงานของเราเป็นความผิดพลาด มันผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว”
จียงเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็หยุดทันทีเมื่อเขาเห็นฉันเดินถอยหลังออกห่าง
“เธอคุยกับยุนอาหรอ? เฮจิน ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องจริง
เธอโกหกเก่งมาก”
ฉันหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ก็เหมือนกับนายนั่นแหละ
นายโกหกได้แนบเนียนมาก พวกนายสองคนเหมาะสมกันดีนี่ นายกับเธอก็ไม่ต่างกันหรอก”
“เฮจิน อย่าทำแบบนี้สิ ได้โปรดฟังฉัน ฉันรั...”
“หยุด นะ!” น้ำตาหลั่งออกมาเป็นสายน้ำจากดวงตาฉัน
“อย่าพูดคำนั้น อย่าทำให้ฉันเกลียดนายไปมากกว่านี้ ฉันเกลียดตัวเองที่มีความรู้สึกแบบนั้นให้กับนาย”
ดูเหมือนมีอะไรสักอย่างมาทิ่มแทงที่หัวใจของเขาแต่ฉันไม่แคร์ ฉันถอดแหวนแต่งงานออกและอยากจะเขวี้ยงมันไปที่เขาแต่มันมีความหมายกับฉันมาก
เหลือเกิน ดังนั้นฉันจึงถอดมันและวางไว้ที่โต๊ะข้างหน้าฉัน
“นายทำร้ายฉันมากเกินกว่าที่ฉันจะรับได้และ..ฉันรักนายมากเกินไปกว่าที่นายจะรับไว้ได้”
น้ำตาบดบังสายตาฉัน ฉันจึงไม่สามารถเห็นปฏิกริยาของเขา “แหวนวงนี้มีความหมายต่อฉันมาก แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเหมาะกับฉัน ให้มันไปอยู่กับเจ้าของใจของนายจริงๆเถอะนะ”
ฉันหันหลังกลับโดยไม่หันไปมองเขาอีกและเดินออกมาจากห้อง ไม่สนใจเสียงเรียกของเขา
การให้หัวใจแก่ใครบางคนนั้นมันไม่มีหลักประกันอะไรว่าเขาจะรักเราตอบ ฉันเดาว่าจียงคงจะไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่กับฉันและคงไม่สำคัญอะไรว่าฉัน อยากให้เขาเป็นมากแค่ไหน ฉันอยากกอดเขาและบอกลาเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันเคยยิ้มคนเดียวและคิดว่าเขาเป็นของฉันแต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถแม้กระทั่ง ยิ้มหรือพูดชื่อของเขาในเวลาเดียวกันได้
คืนนั้นฉันออกจากบ้าน ฉันทิ้งจดหมายไว้ให้แม่บอกท่านว่าฉันต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องราวต่างๆ
เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องกังวล
ฉันนั่งรถไฟแบบไร้จุดมุ่งหมาย ฉันโดดเดี่ยวและกำลังตั้งครรภ์ แต่ฉันรู้ว่าเวลานี้ฉันต้องการที่จะอยู่ห่างจากเรื่องราวเหล่านั้น
เพื่อที่จะรักษาใจฉัน เพื่อที่จะใช้ชีวิตของตัวเองและฉันหวังไว้เต็มเปี่ยมว่า ฉันจะสามารถรวบรวมความกล้าหาญและเลี้ยงดูลูกด้วยตัวคนเดียวได้
ฉันอยู่โซลอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ฉันทนไม่ได้ที่ต้องเห็นพ่อแม่มาสงสารฉัน และที่เจ็บไปมากกว่านั้นก็คือ
ฉันยังคงรักจีและมันคงอีกนานกว่าที่ฉันจะทำใจให้บอกลาเขาได้
[Third Pov]
“การ ดื่มเหล้าไม่ได้ช่วยอะไรจี” ยองเบตบไหล่เพื่อนรักแต่จียงสะบัดมันออก
ไม่สนใจเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วคลับ จียงดื่มวิสกี้อึกแล้วอึกเล่า ยองเบมองด้วยความกังวลเพราะจียงดื่มมากเกินไปแล้ว
จียงหยุดดื่มและหัน หน้ามามองยองเบ “ฉันอยากได้เธอคืนเบ มากกว่าที่ฉันเคยอยากได้อะไรทั้งหมดในชีวิตนี้” เขานวดศรีษะตัวเองเหมือนกับเขากำลังจะตายเพราะอาการปวดหัวนี้ “ฉันทนไม่ได้ที่เห็นเธอเจ็บปวดเพราะฉัน” เขายึดเสื้อตัวเองและกระหน่ำทุบลงไป “หัวใจของฉันเหมือนกับโดนกระชากออกมา”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยเบ? ที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้?”
จียงหัวเราะและกระดกเหล้าเข้าปากไปอีกหนึ่งอึก ยองเบแค่มองเพื่อนเขา
เขาอยากจะต่อยจียงเพราะเฮจิน แต่ตอนนี้จียงได้รับความเจ็บปวดมากพอแล้ว เฮจินเป็นทุกอย่างสำหรับจียงและมันทุกข์เหลือเกินที่ต้องเห็นเพื่อนรักสองคน
เจ็บปวดแบบนี้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” ยองเบมองไปข้างหลังและพบว่าซึงฮยอนกำลังมองมาที่จียงผู้ซึ่งนั่งดื่มอยู่
“ปัญหาเรื่องของสามีภรรยา” ยองเบตอบเรียบๆ
ซึงฮยอนไม่ได้พูดอะไร เขารอจนกระทั่งจียงเงยหน้าขึ้นมามองเขา
“จียงเสียสติไปแล้ว ฉันไม่เคยเห็นเขาเมามากขนาดนี้มาก่อนเลย”
ซึงฮยอนพึมพำ
“ย่าห์ ซึงฮยอน!”
“มา จี,ยองเบกับฉันจะพานายกลับบ้าน” ซึงฮยอนส่งสัญญาณให้ยองเบมาช่วยเขาดึงจียงจากเก้าอี้ เขาทั้งสองพาจียงมาที่รถซึงฮยอนและพาเขามานอนที่เบาะหลัง
พวกเขาได้ยินเสียงจียงพูดพีมพำเมื่อซึงฮยอนเริ่มสตาร์ทรถ
“เพื่อนๆ...พวกนาย รู้มั้ยว่าฉันเลวแค่ไหน? รู้มั้ยว่าฉันทำให้คนคนหนึ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขจนแทบบ้าเจ็บปวด?”
เสียงของจียงค่อยๆกลายเป็นเสียงกระซิบ “พวกนายรู้รึเปล่าว่าฉันอาจจะไม่ได้เธอคืนกลับมา?”
ซึงฮยอนและยองเบเงียบและฟังความรู้สึกของจียงที่ระบายออกมา “ถ้ามีคนที่มีความสำคัญมากต่อนาย...อย่าปล่อยให้เธอจากไปนะ อย่าล้อเล่นกับโชคชะตาเพราะมันอาจจะเซอร์ไพรส์นายจนเหมือนกับนายตกนรกทั้งเป็น
มันจะปล่อยให้เธอจากไปก่อนที่นายจะดึงเธอไว้ได้...”
ยองเบมองมาที่เบาะหลังและพบว่าจียงนอนหลับไปแล้ว
ขณะที่ซึงฮยอนกำลังตกอยู่ในความคิดตัวเองกับสิ่งที่จียงพูด
[Chaeyoung]
สาม วันมาแล้วตั้งแต่ที่ฉันตื่นมาและพบว่าซึงฮยอนออกจากอพาร์ทเม้นท์ฉันไป
เขาไม่ได้พูดอะไรเลยแม้กระทั่งคำบอกลาหรือแม้กระทั่งโน้ต ไม่มีคำอธิบาย มีแค่กล่องที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ
วันนี้ซังมินโทรมาและชวนฉันออกไปดินเนอร์ด้วย และฉันก็ตอบตกลง ฉันเลือกที่จะให้โอกาสซังมิน
เขาสมควรได้รับมันมากกว่าซึงฮยอน
*ก๊อก ก๊อก*
น่าจะเป็นซังมินนะ
หลังจากเช็คตัวเองที่หน้ากระจกเรียบร้อยฉันก็แต่งหน้าเพิ่มอีกนิดหน่อยและเดินไปที่ประตู
ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะร่าเริงกับซังมินและจะไม่คิดถึงเรื่องซึงฮยอน ฉันสูดลมหายใจลึกเข้าปอดก่อนที่จะเปิดประตู
“ไง ซัง...” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความร่าเริงของฉันหายไปทันที่เมื่อเปิดประตู
“หวัด ดี ซังมินให้ฉันมารับเธอไปที่ร้านอาหาร” ซึงฮยอนพูดอย่างสงบ เขาดูเหมือนนอนหลับไม่เพียงพอเลย
แต่ฉันไม่อยากจะเป็นห่วงเขามากนักหรอกนะ
“อย่ารบกวนตัวเองเลยซึงฮยอน ฉันนั่งรถแท็กซี่ไปเองได้แค่บอกฉันว่ามันอยู่ที่ไหน”
ทำไมโชคชะตาถึงโหดร้ายอย่างนี้ ซึงฮยอนมาที่นี่ไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากมาแต่เขามาก็เพราะลูกพี่ลูกน้องของเขา
ฉันเดินผ่านเขาไปแต่เขาคว้าแขนฉันไว้
“แค่มากับฉันและฉันจะไปส่งเธอที่ นั่น” ฉันดึงแขนตัวเองออกแต่เขาก็ยิ่งจับมันไว้แน่นขึ้น
“ฉันสัญญาไว้กับซังมิน แช” สายตาเขาวิงวอน ฉันมองไปที่เขาและเขาก็ค่อยๆปล่อยแขนแนอย่างช้าๆ
“ก็ได้”
ระหว่างการเดินทางไปที่ร้านอาหารนี่ช่างน่าอึดอัดใจชะมัดเพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย
ซึงฮยอนมองตรงไปข้างหน้า ริมฝีปากเขาเรียบเป็นเส้นตรง และคิ้วของเขาก็ขมวดเหมือนกำลังคิดอะไรอย่างหนัก
ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉันจึงเปิดวิทยุโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากเขา เพลงรักดังขึ้นดังนั้นฉันจึงรีบปิดมันทันที
ซึงฮยอนชำเลืองมาที่ฉันและฉันก็แกล้งไอ
“เอ่อ...คือ” ให้ตาย
ฉันเริ่มพูดตะกุกตะกักอีกแล้ว
ซึงฮยอนหันหลับไปมองที่ถนนอีกครั้งและในที่สุดเขาก็พูด “เอ้อ...คืนนี้เธอดูดีนี่”
ฉัน มองมาที่ชุดเดรสสีครีมที่ทอด้วผ้าแพรซึ่งมันอยู่เหนือเข่าฉัน มันเป็นเดรสสายเดี่ยวดังนั้นจึงเปิดให้เห็นหัวไหล่ของฉันนั่นทำให้ฉันรู้สึก
ตัวทันที ฉันพึมพำขอบคุณไป
“ซึงอยอน?” ฉันพยายามที่จะพูดชื่อของเขาให้ชัดๆ
“หืม?”
“นายมาที่อพาร์ทเม้นท์ของฉันทำไม?” (/ออกแนวเดียวกับ
Why did you come to my house? ฮ่าๆๆๆ)
“เพราะว่าซังมินให้ฉันมารั...”
“ไม่ใช่คืนนี้...คืนนั้นที่นายมาเคาะประตูที่ห้องฉัน นายเมา”
ฉันหันหน้ามามองปฏิกริยาของซึงฮยอน เขาหยุดรถทันทีและจอดไว้ข้างถนน และเราก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
“ฉันขอโทษสำหรับเรื่องนั้น ฉันเมา...”
“พอเถอะ” ฉันส่ายหัว “นายมักมีคำแก้ตัวสำหรับทุกเรื่องจริงๆ”
“แล้วเธออยากให้ฉันตอบว่าอะไรล่ะ?” เสียงของเขาเริ่มไม่พอใจแต่ฉันไม่สน
ฉันมองตรงเข้าไปในตาเขา
“ฉันต้องการความจริง
ว่าทำไมนาทีนี้นายเป็นแบบนี้และอีกวินาทีนึงนายก็เป็นอีกอย่างนึงและก่อนที่ฉันจะรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรนายก็จากไป
ไม่มีคำอธิบายเลย ฉันเป็นอะไรสำหรับนายซึงฮยอน?”
เขาหลบสายตาฉันและมองตรงไปข้างหน้าแทน
ยังคงไม่มีคำตอบออกมาจากปากเขา
“ดี” ฉันคว้ากระเป๋าบนตัก “เป็นคนขี้ขลาดอย่างที่นายเป็น ให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันเรื่องระหว่างเรา”
“ซังมินเป็นลูกพี่ลูกน้องฉันนะ แช” เขาพูดอย่างระมัดระวัง
“ใช่ เขาเป็น และนายรู้อะไรมั้ย? เขาแคร์ฉันมากกว่าที่นายแคร์”
ฉันเปิดประตูรถและเดินออกจากรถ ฉันกำลังจะเรียกแท็กซี่แต่แขนอันแข็งแรงคว้าตัวฉันไว้และลากฉันกลับมาที่รถ
“หยุดนะ ซึงฮยอน!” ฉันร้องออกมาและดึงแขนออกมาจากเขา
“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!” เสียงของเขาแหบต่ำ
ฟังดูน่ากลัวและอันตราย
“ฉันควรจะถอนคำไหนล่ะ? ที่ว่านายเซ่อและก็ขี้ขลาดน่ะหรอ?”
ฉันตะคอกกลับไป
“ ไม่ ใช่ !! ที่ว่าซังมินแคร์เธอมากกว่าฉัน” เราสองคนเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนและเราก็อยู่ใกล้กันมาก ฉันเห็นความเจ็บปวดในสายตาของซึงฮยอนและในตาฉันก็เริ่มมีน้ำตาคลอ
ฉันกระพริบตาไล่น้ำใสๆแต่มันก็ไหลออกมาจนได้
“นายต้องการอะไรจากฉัน?” หัวฉันตกลงอย่างหมดแรงแต่เขาจับคางฉันให้มองหน้าเขา
“ฉันอยากให้เธอมีความสุข” เสียงของเขาแหบแห้ง
“ฉันมีความสุขได้...กับนาย” ซึงฮยอนส่ายหัวทันที
ฉันคิดว่าหัวใจของฉันกำลังจะหยุดเต้น
“ฉันไม่สามารถเป็นผู้ชายในแบบที่เธออยากจะให้เป็นได้
เธอควรจะได้รับคนที่ดีกว่าเพลย์เยอร์อย่างฉัน”
ฉัน กลืนน้ำลายและสะอื้นพลางส่ายหัวให้กับคำพูดของเขา “นายกลัวซึงฮยอน และสิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คื นายไม่เคยที่อยากจะพยายามเลยแม้แต่น้อย”
มือของซึงฮยอนตกอยู่ข้างลำตัว และฉันก็เริ่มร้องไห้ตรงหน้าเขา ฉันวางหัวใจและเปิดมันแต่เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ฉันเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือเหมือนเด็กๆและมองไปที่เขา
“ฉันเหนื่อยซึงฮยอน ฉันเหนื่อยที่คิดว่าเรามีโอกาส แต่ตอนนี้ฉันเห็นแล้วว่านายอยากจะให้ฉันไปกับซังมิน
ถ้าตอนนี้ฉันไปกับเขาฉันจะไม่หันหลังกลับมามองเรื่องของเราอีก ฉันอยากจะมอบหัวใจของฉันให้กับคนที่สามารถรักฉันกลับได้
ถ้าฉันไป...”
“หยุดพูด แช!”
“นายพูดว่าอะไรนะ?”
“หยุดพูด!”
“นายกล้าดียังไง!...”
ซึง ฮยอนจับไหล่ฉันและเขย่า เขาดูโกรธมาก ฉันเดินถอยหลังเล็กน้อยแต่เขาก็ดึงฉันเข้ามาและประทับริมฝีปากลงมา
มันเป็นจูบที่ดุเดือดและทำให้ริมฝีปากฉันเจ็บ ฉันใช้มือผลักที่หน้าอกเขาแต่เขาแข็งแรงมากเกินไป
จู่ๆเขาก็ถอนจูบออกนั่นทำให้ฉันเซเลยทีเดียวแต่อ้อมแขนเขาก็ยังคงอยู่บนไหล่ฉัน
“เธอได้หัวใจฉันไปแล้วและฉันก็เป็นเจ้าของเธอ ดังนั้นห้ามบอกฉันว่าเธอจะไปกับซังมินและให้หัวใจเธอกับเขา”
สายตาของซึงฮยอนแผดเผาตัวฉัน ความเร่าร้อนในสายตาและคำพูดของเขาทำให้หัวใจฉันเต็มไปด้วยหลายล้านความ
รู้สึก
“แต่นายบอกฉัน...”
“เรื่องบ้าๆทั้งนั้นที่ฉันพูดไป”
มือของ เขาเลื่อนมาจับที่หน้าฉัน สัมผัสอย่างอ่อนโยนและเช็ดทั้งน้ำตาและน้ำฝนให้ฉัน
หน้าผากของเขาเลื่อนมาชนกับฉัน ขณะที่มือก็โอบให้ฉันเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเราประสานเข้าด้วยกันฉันหลับตาลงฟังเสียงหัวใจของเขา
ฉันรู้สึกทันทีว่าเขาจูบเบาๆที่เปลือกตา ไล่มาที่ขมับ แก้มฉันและมุมปาก จูบที่หวานและอ่อนโยน
ฉันรู้สึกได้ว่าริมฝีปากของเขาค่อยๆเคลื่อนมาใกล้ฉันแต่เขาไม่จูบฉัน ฉันลืมตาและพบว่าซึงฮยอนกำลังมองฉันในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นเขามองฉันแบบนี้มา
ก่อน
“ฉันรักเธอ” ประโยคนั้นออกมาจากปากเขาอย่างแผ่วเบา
เหมือนกับเป็นบทเพลงค่อยๆลอยเข้ามาในหูฉัน มีคนเคยบอกบอกว่าจูบนั้นเป็นเหมือนตราประทับแห่งความสัจแต่เมื่อริมฝีปากของซึงฮยอน
ประทับลง
มา ทั้งหมดที่ฉันคิดก็คือฉันมีความสุขแค่ไหนที่ได้รักกับผู้ชายคนนี้
ริมฝีปากของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ฉัน มันทำให้ฉันอยากจะเข้าไปใกล้เขาอีก ฉันเขย่งและยึดไหล่เขาไว้
เขาโอบแขนรอบเอวฉันและฉันก็โอบรอบคอเขาตามสัญชาติญาณทันที ริมฝีปากของเขาช่างร้อนแรงมันทำให้ฉันลืมไปเลยว่าเรายืนอยู่กลางถนน
“อืม ไม่ยากที่จะพูดเลยใช่มั้ยล่ะ?” ฉันกระซิบ
หัวใจของฉันแทบจะกระเด้งออกมาข้างนอกอก ซึงฮยอนหัวเราะและเขาก็ซุกหน้าไว้กับผมฉันและพูดคำนั้นอีกครั้ง
“ฉันรักเธอ” ครั้งนี้เขาพูดด้วยความมั่นใจ
ฉันขยี้หัวเขาเล่น “ฉันรู้” เขาเลิกคิ้วกับคำพูดของฉัน
“นายแค่ยังไม่พร้อมที่จะพูดคำนั้น” ฉันพูด
นิ้วหัวแม่มือเขาสัมผัสกับริมฝีปากล่างของฉันก่อนที่จะมอบจูบเบาๆซึ่งทำให้ตื่นเต้นตั้งแต่หัวจรดเท้า
ฉันพยายามที่จะถอยออกห่างจากเขาเพราะตอนนี้มีคนจำนวนมากส่งเสียงเชียร์มากจากรถของพวกเขา
พวกเขาชะลอรถและทำตัวเป็นพยานแห่งความรักให้แก่เรา แต่ซึงฮยอนไม่ยอมปล่อยฉัน
“ตาเธอแล้ว” ดวงตาของเขาเลื่อนอย่างอ้อยอิ่งมาจ้องที่หน้า
เขาทำให้ฉันหายใจไม่ออกเพราะความร่ำร้อนในสายตาของเขา
“ตาอะไร?” ฉันถามเล่นๆไม่สนใจสีหน้าของเขา
“แชยัง...” เขาเตือนแต่ฉันแค่หัวเราะและฝังจมูกลงบนแก้มของเขา
“ฉันรักนาย” ฉันพูดพึมพำผ่านเสื้อของเขา
ให้ตายสิ เขากำลังจะทำให้หูของฉันระเบิดเพราะเสียงหัวใจที่เต้นแรงมากของเขา
“ฉัน ไม่ได้ยินเลย” ฉันเงยหน้าขึ้นและจ้องเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความขบขันของเขา
ฉันรู้ว่าเขาแกล้งฉัน หน้าฉันซีเรียสขึ้นและประสานมือทั้งสองเข้าที่เอวของเขา โน้มตัวไปข้างหน้าและจูบแก้มที่เย็นเฉียบของเขา
และเมื่อฉันถอนจูบออกหน้าฉันก็แดงแปร๊ด อากาศหนาวไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ
“ฉันรักนาย” ครั้งนี้ชัดเจนมากกว่าครั้งที่แล้ว
ดวงตาของเขาเหมือนหยอกล้อฉัน
“ฉัน ได้รับมันเรียบร้อยแล้ว” ซึงฮยอนพูดหลังจากที่เงียบมาพักหนึ่ง
เขาจับหน้าหน้าให้เงยขึ้น “ตอนนี้ฉันจะกอดเธอหรือจูบเธอเมื่อไหร่ที่ฉันต้องการก็ได้...และฉันก็ต้องการทำมันตลอดเวลาเลย”
เขายิ้มเหมือนเด็กๆฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับไปและมันก็ช่วยไม่ได้เลยที่ฉันหน้าแดงแบบนี้
ร้านอาหารไม่ได้อยู่ไกลนัก ซึงฮยอนจอดรถอย่างช้าๆ
เมื่อเขาดับเครื่องเขาหันหน้ามามองฉันอย่างกังวลและคลุมเสว็ตเตอร์ให้ฉัน
“นี่ มันไม่ง่ายเลยนะแชยัง ฉันแค่ต้องการให้เธออยู่ข้างฉัน”
ฉันไม่เคยเห็นซึงฮยอนเป็นแบบนี้มาก่อน สีหน้าของเขาเอาจริงเอาจังมาก
ซังมินเป็นลูกพี่ลูกน้องเขา ครอบครัวเขา และเราจะมาบอกเขาว่าเราสองคนเป็นแฟนกันมันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ
เรา เดินจับมือกันเข้าไปในร้านอาหาร ซึงฮยอนโอบฉันไว้แน่นจึงทำให้ฉันต้องเดินตัวชิดกับเขา
เราเข้าไปในห้อง ฉันสอดส่ายสายตาหาโต๊ะและฉันก็เห็นพ่อแม่ของฉันและพ่อแม่ของซังมินกำลังคุย
และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ซังมินก็นั่งอยู่ด้วยเขากำลังคุยกับผู้ชายที่ท่าทางเหมือนจะเป็นพ่อของซึงฮยอนเพราะเขาหน้าคล้ายกันมาก
การ สนทนาของพวกเขาหยุดลงเมื่อเห็นเราสองคน ฉันเห็นแม่ฉันอ้าปากค้างเมื่อท่านเห็นฉัน...จับมือกับซึงฮยอน
ซังมินเดินเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ ฉันอ่านสีหน้าของเขาไม่ออก
“ไงแชยัง” ซังมินยิ้มน้อยๆและหันหน้ามาทางซึงฮยอน
“ฉันขอให้นายไปรับแชยังแต่ฉันเห็นบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไป”
เขาจ้องมาที่มือของเรา
ซึงฮยอนดูเคร่งขรึมเมื่อเขาพูดกับซังมิน “ฉันรู้ว่านายจะเกลียดฉัน แต่ฉันรักเธอและฉัน...”
ผัวะ!
ซังมินเหวี่ยงหมัดต่อยเข้าที่หน้าของซึงฮยอนทำให้เขาเซไปข้างหลังแต่ซึงฮยอนไม่ได้สู้กลับ
ฉันอ้าปากค้างเมื่อเห็นเลือดซึมออกมาจากมุมปากเขา
“ฉันรู้ตั้งนานแล้ว...ในที่สุดงานของฉันจบแล้ว” ซังมินยิ้มแหยๆใส่ซึงฮยอน
“อะไรนะ?” ซึงฮยอนและฉันถามออกมาพร้อมกัน
ซัง มินเอาแต่หัวเราะอย่างเดียว “นายคิดบ้างมั้ยว่าทำไมฉันชอบขอให้นายไปรับแชยังมา และให้นายใช้เวลาอยู่กับเธอ? แชยังเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ครั้งแรกที่ฉันเจอเธอ ฉันรู้ได้เลยว่าเธอเป็นคนพิเศษ แต่ฉันก็เห็นบางสิ่งบางอย่างระหว่างนายสองคนทุกๆครั้งที่ฉันพาเธอมาที่ ‘TEMPO’ ฉันรู้ว่านายเป็นเพลย์เยอร์ซึงฮยอน (/กรี๊ดดดดดด!!!!) แต่ฉันไม่เคยเห็นนายติดอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียวแบบนี้มาก่อนเลย” เขามองมือของเราที่ประสานกัน
“นายเจอตัวจริงซะทีนะไอ้น้องชาย ยินดีด้วย”
ซัง มินเดินมาข้างหน้าและจับแก้มฉัน “ฉันกำลังจะขอเธอแต่งงานในคืนนี้
ฉันบอกซึงฮยอนว่าอย่างนั้น มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะให้เขา เขาทนไม่ได้ที่เห็นเธออยู่กับฉัน
ถ้าเขายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างคืนนี้ฉันจะขอเธอแต่งงานให้เร็วที่สุดเท่า ที่จะทำได้เลย”
หน้าฉันแดงเล็กน้อยกับความคิดของซังมิน
ซึงฮยอนเห็นอย่างนั้นจึงมายืนแทรกกลางระหว่างฉันกับซังมิน
“ย่าห์ อย่ามาทำให้ผู้หญิงของฉันเขวสิ” ซังมินถอนหายใจ “มันสนุกจริงๆเลยที่เห็นนายหึง
ฉันว่านายคงเป็นแบบนี้กับแชคนเดียวนะ”
“ซังมิน! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” เราหันหลังไป
พ่อแม่ของพวกเรากำลังรอให้มีใครสักคนอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เราจะทันได้ตอบอะไร
ซังมินก็ผลักเราให้ออกไปข้างนอกและปิดประตูไล่หลัง
“ฉันจัดการได้” ซังมินบอกเรา “ไปซะ แล้วรอให้พวกเขาหายตกใจและค่อยไปอธิบาย”
ซึงฮยอนกอดลูกพี่ลูกน้องของเขาและพูด “ขอบใจ
ฉันติดหนี้นายแล้ว”
“ฉันหวังว่าสักวันนายจะเจอตัวจริงของตัวเองนะ” ซังมินยิ้มให้ฉัน ซึงฮยอนจับมือฉันและเราก็เดินกลับมาที่รถ
“ยังเจ็บอยู่มั้ย?”
“โอ๊ย!”
“ทำตัวเป็นเด็กไปได้ซึงฮยอน!”
เขายักไหล่มองฉันด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าขณะที่ฉันกำลังทายาที่มุมปากของเขา
ฉันเพิ่งเห็นว่าบ้านของเขามันหรูแค่ไหน คราวที่แล้วที่ฉันมาที่นี่ฉันจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ว่าที่นี่มันเป็นยังไง
เมื่อฉันทำแผลให้เขาเสร็จแล้ว เขาก็ยืนขึ้นด้วยท่าทางกังวลใจ
“อืม... อยากดื่มอะไรมั้ย หรืออยากกินอะไร?” เขาเกาหัวตัวเองขณะที่มองมาที่ฉัน มันน่าขันมากที่เห็นซึงฮยอนทำท่าเหมือนเด็กๆแบบนี้
เขาน่ารักชะมัดเลย เราสั่งพิซซ่าเข้ามาทานกัน
ตอนนี้ดึกมากแล้วและเขาก็บอกให้ฉันค้างที่นี่
“นี่... บอกฉันหน่อยซิ ฉันใส่ไอ้นี่แล้วดูตลกมากเลยหรอ”
ฉันโบกมือขึ้นๆลงๆ ตอนนี้ฉันใส่กางเกงสีฟ้าของซึงฮยอนและเสื้อหลวมโพรกที่มีลายสกรีนว่า
‘I’m on TOP’ เขาพยายามหาชุดที่มันพอดีกับฉันสุดๆแล้ว
เขาส่ายหัว “เธอดูดีมาก
เธอใส่ชุดฉันแบบนี้มันทำให้เหมือนเธอเป็นของฉันจริงๆเลย”
“อ๊ากกก นายพูดเหมือนนายเป็นพวกรักร่วมเพศเลย
ฉันทนไม่ได้หรอกนะที่มีแฟนเป็นเกย์อ่ะ!”
ซึง ฮยอนหัวเราะ
จากนั้นเขาก็ดึงฉันเข้ามาใกล้และซุกหน้าไว้ที่ผมฉัน “เฮ้
เธอกลิ่นเหมือนฉันเลย ฉันชอบจัง” ฉันดันไปใช้แชมพูของเขาน่ะสิ
ฉันผลักเขาออกไปช้าๆและยืนกอดอก
“มานี่สิที่รัก” เขาดูเซ็กซี่ชะมัดเลยเวลาที่พูด
แต่ฉันก็ยืนแขนออกไปกันเขาไว้
“ไม่เอา...ฉันไม่” ให้ตาย
ฉันจ้องไปที่หน้าอกตัวเอง ฉันไม่ได้ใส่บรา ซึงฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ โอ้!
อะไรกันเนี่ย? มันเป็นไปได้ด้วยหรอเนี่ย? แก้มของซึงฮยอนแดงแปร๊ดเลย!
“เอ่อ...งั้น ฝันดีนะ”
“ฝันดี” ฉันตอบ เปิดประตูเข้าไปในห้องเขาเมื่อมือเขาแตะบ่าฉัน
ฉันหันหลังกลับไปมอง
“ฉันขอจูบก่อนนอนได้มั้ย?” หลังฉันติดประตูเมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้
“สัญญานะว่าจะไม่แตะเนื้อต้องตัวฉัน แค่กู๊ดไนท์คิสเท่านั้น”
สำหรับซึงฮยอนมันคงยากที่จะไม่แตะต้องฉันแต่ฉันเชื่อใจเขา ดังนั้นฉันจึงจูบเบาๆไปที่ริมฝีปากเขา
วินาทีที่ฉันจะถอนจูบ ฉันมองเข้าไปในตาเขาและรู้ทันทีเลยว่าฉันพลาดไปแล้ว
เขาจ้องมองฉัน ดวงตาของเขาช่างร้อนรุ่มมันทำให้ฉันเห็นไปถึงจิตวิญญาณของเขา แต่เขาเป็นฝ่ายถอนจูบออกเอง
ฉันถอนหายใจอยู่บนริมฝีปากเขา ซึงฮยอนรักษาสัญญาที่จะไม่แตะต้องฉัน
มือของเขาวางอยู่ที่ประตู ฉันไม่สามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจตอนนี้ได้ ฉันเขินมาก ที่ฉันหลงไปในจูบของเรา
ฉันดึงเขาเข้ามาใกล้และเล่นผมเขา มืออีกข้างหนึ่งก็แตะไว้ที่หลัง
เมื่อเราถอนจูบออกจากกัน เราก็ตกอยู่ในความเงียบ
ได้ยินเสียงเต้นโครมคราวของหัวใจเราสองคน “ต่อมั้ย?” ริมฝีปากของเขาวนเวียนอยูแถวตัวฉัน
“ฉัน ว่าเราเข้านอนดีกว่า” ฉันคิดขึ้นมาทันทีว่าตอนนี้เราอยู่ใกล้กันมากและเสื้อตัวนี้มันก็ช่างบางเหลือเกิน
ฉันปล่อยมือลงและเดินออกห่างจากเขาทันที ซึงฮยอนหัวเราะเบาๆและเปิดประตูผายมือให้ฉันเข้าไปข้างใน
“อย่างน้อย ฉันก็รักษาสัญญา” ก่อนที่ฉันจะได้ตอบโต้อะไรเขาก็ปิดประตูไปแล้ว
ฉันได้ยินเสียงเขาหัวเราะอยู่ข้างนอก แต่ฉันก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาเพราะแก้มของฉันแดงจัดเลย
[Third Person Pov]
คิมมีซุนนั่งอ่านจดหมายของลูกสาวอีกครั้ง เฮจินไปได้สองอาทิตย์แล้ว เธอบอกสามีของเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วงลูกสาวของพวกเขา
เฮจินโทรมาหาเธอและบอกว่าเธออยู่กับคู่สามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งในเมืองที่ ชื่อว่า
กุงรี ช่วยพวกเขาทำร้านอาหารเล็กๆ เธอรู้ว่าบาดแผลของเฮจินนั้นยังคงไม่ได้รับการรักษาแต่เธอก็ดีใจที่ลูกสาว
ของเธอพบทางออกที่ทำให้ลืมเรื่องเหล่านั้นไปได้ชั่วคราว
มีซุนไม่เคยบอกสามีของเธอว่าลูกสาวอยู่ที่ไหนเพราะเธอรู้ว่าหากเขารู้เขาจะต้องบังคับให้เฮจินกลับมาแน่ๆ
ลูกสาวของเธอต้องการเวลาเพื่อใช้ในการคิดและทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
หลายอาทิตย์ผ่านมาแล้วที่เธอเห็นจียงยืนกรานที่จะเข้ามาในบ้านเพื่อที่จะพบเฮจินให้ได้
แต่สามีของเธอลีฮยอนไม่เคยฟังเขาเลย จียงยืนรอที่ประตูหน้าบ้านเป็นชั่วโมงรอให้ใครสักคนเดินออกมา
ลีฮยอนบอกเธอว่าพ่อของจียงขอให้เขาอภัยให้กับลูกชายแต่เขาปฏิเสธไป เรื่องที่จะให้อภัยจียงน่ะหรอ? มันขึ้นอยู่กับเฮจิน
มีซุนรู้ว่าลีฮยอนรักจียงเหมือนลูกชายคนหนึ่งแต่เขาไม่ไม่อยากเป็นคนประสาน รอยร้าวระหว่างจียงและเฮจิน
เขาบอกเธอว่าเฮจินต้องเป็นคนค้นพบหัวใจที่จะให้อภัยจียงด้วยตัวเธอเอง
ตกดึกอากาศก็ยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆประกอบกับฝนที่ตกลงมายิ่งทำให้หนาวยิ่งขึ้นไป
อีก มีซุนเปิดผ้าม่านในห้อง เธอเห็นผู้ชายที่โง่มากคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน
จียงนั่นเอง โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย มีซุนรีบวิ่งไปคว้าร่มมาสองคันและออกไปนอกบ้านทันที
เธอเปิดประตูและเห็นจียงตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน
“กลับบ้านไปจียง เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก เอาร่มไปด้วย” มีซุนมองหน้าจียง เขาผอมลงไปมากเลย...
“แม่ครับ ได้โปรด” เขามักจะเรียกเธอว่าแม่มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
“ผมอยากพบเฮจิน ผมอยากคุยกับเธอ”
“จียง ลูกสาวฉันเจ็บมามากพอแล้ว ปล่อยเธอไปเถอะนะ” พูดจบมีซุนก็หันหลังกลับและเดินเข้าบ้านแต่เสียงของเขาหยุดเธอไว้
“ผมทำไม่ได้ครับแม่” จียงร้อง “ผมไม่อยากเลิกกับเธอ ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลากว่าที่เฮจินจะให้อภัยผมแต่ผมไม่สน
ยังไงผมก็จะรอ ผมอยากเจอเธอและพยายามจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”
จียงทำให้มีซุนตกใจด้วยการคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ “ได้โปรดเถอะครับแม่”
จี ยงเดินเข้ามาหาจียงก้มตัวลง “เฮจินเป็นอะไรสำหรับเธอ?”
จียงตอบมีซุนอย่างชัดเจนทันที เธอคิด ‘จียงสมควรจะได้รับโอกาสเป็นครั้งที่สองกับลูกสาวเธอรึเปล่า?’
เฮจินสวม ชุดนอนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ อากาศหนาวมาก ทั้งลมและฝน มันช่างเป็นเวลานานเหลือเกินที่เธอต้องเสิร์ฟอาหารอยู่ที่ร้านอาหารนั่น คุณจุงและคุณนายจุงเป็นคู่สามีภรรยาที่รับเธอเข้าทำงานในเมืองกุงรีนี้ เธอบอกเขาทั้งสองว่าเธอต้องการงานและที่พักชั่วคราว และทั้งสองคนก็ใจดีมากที่ให้เธอทั้งสองอย่าง เขาให้เธอพักอยู่ในบ้านหลังเล็กที่ติดอยู่กับร้านอาหาร สองอาทิตย์มานี้เธอไม่ได้ลำบากเลย ผู้คนที่นี่ใจดีและที่นี่ก็ยังมีโรงพยาบาลเล็กๆที่เดินไปแป๊ปเดียวก็ถึง เพื่อที่เธอจะได้ไปตรวจครรภ์ได้บ่อยๆ
เฮจินอ้าปากหาวขณะที่กำลังจัดเตียง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปของเธอทำให้เธอนอนหลับง่ายขึ้น
ที่นี่ไม่มีใครเลยที่รู้ฐานะของเธอว่าแต่งงานแล้วหรือไม่ แต่เธอเองก็เคยกลัวเหมือนกันที่ไปเช็คกับหมอบ่อยๆแล้วจะทำให้เรื่องรั่วไหลได้
ขณะที่เธอกำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะรู้ทันทีว่าคงจะเป็นคุณนายจุงที่มักจะนำนมและผลไม้มาให้
เธออยู่เสมอ เธอเปิดประตูออกแต่บุคคลที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คุณนายจุง แต่เป็นผู้ชายที่คลุมฮู้ดสีดำกำลังร้องเรียกเธออยู่
เธอตกใจและปิดประตูทันทีแต่ผู้ชายคนนั้นใช้แขนยันไว้
“เฮจิน...” เธอรู้จักเสียงนั้น
ผู้ชายคนนั้นเปิดฮู้ดออก จียง... เขาตัวเปียกและซีดมาก เขาดันตัวเองให้เข้ามาข้างในห้องและปิดประตูตามหลัง
เฮจินยืนนิ่งไม่ไหวติงและจ้องไปที่แผ่นหลังของผู้มาใหม่และคิดว่ามันคงเป็นแค่ภาพหลอนหรือจินตนาการของเธอเอง
มือที่เย็นเฉียบของจียงเอื้อมไปสัมผัสกับหน้าของเธอ เขายิ้มก่อนที่จะทรุดลงทันที เหมือนมีน้ำเย็นมาสาดใส่เธอ
เฮจินพยายามพาร่างกายอันเยือกเย็นและเปียกของจียงยืนที่โซเซตอนนี้มาที่ เตียง
เธอถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่เปียกชุ่มของเขาออก จียงตัวสั่นระริกด้วยความหนาว เฮจินเอามือไปอังหน้าผากและพบว่ามันร้อนมากเพราะพิษไข้
เขาร้องครวญครางด้วยความทรมาน และพึมพำเรียกชื่อเธอออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เฮจิน” เขาพูดอยู่อย่างนั้นและตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอไม่สามารถหันหลังให้เขาได้
จริงๆ
edit @ 2 Aug 2009 21:08:24 by kangsister